
ใครที่กำลังเปิดกระเป๋าสตางค์มาแล้วเจอบัตรกดเงินสด วางเรียงกันอยู่ 3 ใบ แถมทุกใบถูกดึงวงเงินออกมาใช้จนเต็มแม็กซ์ คงกำลังรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักๆ กดทับอยู่อย่างแน่นอนเพราะการถือบัตรกดเงินสดพร้อมกันหลายใบ หมายถึงคุณกำลังเผชิญหน้ากับอัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่วถึง 25% ต่อปี ยิ่งจ่ายขั้นต่ำ ดอกเบี้ยก็ยิ่งทบต้น วงเงินที่จ่ายไปหมุนกลับมาใช้ใหม่ กลายเป็นวงจรอุบาทว์ทางการเงินที่หาทางออกไม่เจอ
เคยสงสัยไหมว่า... เวลาที่เราตกอยู่ในสภาวะหมุนเงินไม่ทัน หนี้เก่ารบเร้าจนโทรศัพท์แทบไหม้ การ "เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่" เพื่อตัดปัญหาและหนีสายเจ้าหนี้ แล้วค่อยไปยื่นขอกู้เงินหรือสมัครกู้สินเชื่อกับสถาบันการเงินแห่งใหม่ จะช่วยให้เราเริ่มนับหนึ่งใหม่ได้จริงหรือเปล่า?
เคยไหม? ดีใจเกือบตายตอนเห็นข้อความ ยินดีด้วย คุณได้รับการอนุมัติสินเชื่อออนไลน์ แต่พอเปิดแอปพลิเคชันเข้าไปเช็กวงเงินจริง กลับต้องอุทานในใจว่า ได้เท่านี้จริงหรือนี่! จากที่หวังว่าจะนำเงินกู้ก้อนนี้ไปหมุนเวียนในธุรกิจ ปลดภาระหนี้สินส่วนอื่น หรือเก็บไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน ยอดเงินที่อนุมัติกลับน้อยกว่าที่คิดไว้หลายเท่าตัว
ในยุคที่เทคโนโลยีทางการเงินก้าวหน้า การสมัครและอนุมัติวงเงินผ่านแอปพลิเคชันกลายเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่นิ้วสัมผัส หลายคนอาจประสบปัญหาในวันที่จำเป็นต้องใช้เงินด่วน เช่น "ไม่มีบัญชีธนาคารเป็นของตัวเอง" "บัญชีเดิมถูกอายัด" หรือ "ติดขัดเรื่องแอปธนาคาร" จนเกิดคำถามยอดฮิตขึ้นมาว่า หากเราทำการ กู้สินเชื่อ ผ่านแล้ว จะขอใช้บัญชีชื่อแม่ บัญชีแฟน หรือบัญชีคนในครอบครัวมารับเงินแทนได้ไหม?