
เคยมั้ย? สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ เงินเดือนออกวันที่ 30 แต่ดันมีบิลค่างวดวิ่งมาเรียกเก็บวันที่ 25 ของทุกเดือน กลายเป็นว่าช่วง 5 วันนั้นต้องใช้ชีวิตแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ หมุนเงินมือระวิง หรือบางทีเงินเดือนออกไม่ตรงกับรอบบิลจนทำให้ต้องจ่ายล่าช้า เสียทั้งประวัติบูโรและต้องเจอเบี้ยปรับโดยใช่เหตุ ปัญหาเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามยอดฮิตในใจลูกหนี้หลายคนว่า "เราขอเปลี่ยนวันครบกำหนดชำระเงินได้ไหม?"
เคยสงสัยไหมว่า เวลาที่เราตัดสินใจกดโอนเงินจ่ายค่างวดสินเชื่อ หรือผ่อนชำระเงินกู้ในแต่ละเดือน หากเรามีเงินก้อนเล็กๆ หรือมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น แล้วตัดสินใจ "จ่ายเกิน" ค่างวดที่ระบบกำหนดไว้ เงินส่วนต่างตรงนั้นมันเดินทางไปไหน? มันจะหายไปในระบบเฉยๆ หรือว่ามันเข้าไปช่วยลดภาระหนี้ของเราได้จริงๆ?
การจดทะเบียนพาณิชย์จะช่วยให้กู้ผ่านง่ายขึ้นจริงไหม? และมีเทคนิคอย่างไรบ้างที่จะช่วยให้การขอสินเชื่อออนไลน์ในปัจจุบันกลายเป็นเรื่องง่าย?
ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวนสูง ข่าวการเลิกจ้าง ฟ้าผ่า หรือการปิดกิจการกะทันหันกลายเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด สิ่งที่ตามมาสำหรับคนทำงานประจำคือความช็อก ความกังวล และที่สำคัญที่สุดคือ "วิกฤตสภาพคล่องทางการเงิน" แม้ว่าตามกฎหมายแรงงานแล้ว ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดจะได้รับเงินชดเชยตามอายุงาน แต่ในความเป็นจริง กระบวนการทางเอกสารหรือปัญหาภายในของบริษัทอาจทำให้เงินชดเชยนั้น "ออกล่าช้า" ไม่ทันท่วงที ขณะที่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งค่าบ้าน ค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอาหาร ไม่เคยหยุดรอ การขาดรายได้แม้เพียงเดือนเดียวจึงอาจทำให้แผนการเงินทั้งหมดพังทลายลงได้